Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพแบบเช้าเย็นกลับ

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนยอดนิยมของการไปเที่ยวเป็นครอบครัว ใครที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางในช่วงวันหยุด หรืออยากไปเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับ แนะนำเลยว่าสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างที่จะเหมาะสมเลยทีเดียว เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการเดินทางไม่นาน อีกทั้งยังเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริงได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ชมความงดงามของน้ำตกกันได้อย่างเต็มที่

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย แนะนำที่เที่ยวสวย พักผ่อนในช่วงวันหยุด

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยมีหลายคนตั้งคำถามว่า น้ำตกเจ็ดสาวน้อยชั้นไหนสวย คำตอบก็คือ ชั้นที่ 4 เพราะว่าเป็นชั้นที่มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำกันได้ โดย น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและทำให้เราได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับใครที่อยากจัดโปรแกรมเที่ยวแบบครอบครัว พ่อแม่ได้พักผ่อนส่วนลูกก็จะได้ลงเล่นน้ำกันได้

นอกจากนี้ ที่เที่ยว น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ยังมีจุดให้ถ่ายรูปสวย ๆ เก็บเป็นความทรงจำได้จำนวนมาก แต่ว่าถ้าใครวางแผนจะไปเที่ยวหลายวัน เราแนะนำเลยว่านอกจากน้ำตกแล้วต้องห้ามพลาดลานดูดาว พื้นที่บริเวณนั้นมีการปลูกต้นดอกงิ้วสีแดงเอาไว้ ในช่วงฤดูกาลที่ดอกไม้ร่วงโรยทำให้ถนนในบริเวณนั้นสวยงามเป็นอย่างมาก ใครที่ชอบท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติต้องห้ามพลาดเลย ที่สำคัญยังมีกิจกรรมให้ทำได้เยอะอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการปิคนิคริมน้ำตก หรือว่าจะเป็นลงเล่นน้ำ ถ่ายรูป เดินชมความงดงามของป่าไม้

การเดินทางไปเที่ยวน้ำตกในจังหวัดสระบุรี

สำหรับการเดินทางไป น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เดินทางด้วยรถไฟและต่อรถโดยสารประจำทาง หรือเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางตลอดเส้นทาง ซึ่ง น้ำตกเจ็ดสาวน้อย การเดินทาง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการใช้รถยนต์ส่วนตัว ขับไปเส้นถนนมิตรภาพ และเข้าสู่ทางหลวงสายมวกเหล็ก หนองย่างเสือ หลังจากนั้นก็ให้เลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จังหวัด สระบุรี

บทสรุปส่งท้าย

จะเห็นได้เลยว่า น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ก็นับว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ซึ่งหลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินชื่อกันอยู่แล้ว แถมยังมี รีวิว น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะนับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่ได้รับความนิยมในจังหวัดสระบุรี ใครที่ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดีในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็สามารถจัดโปรแกรมไปเที่ยวน้ำตกแห่งนี้กันได้ ใช้เวลาเดินทางไม่นานแถมยังได้พักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติอีกด้วย

Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

เขาช่องลม จังหวัดนครนายก แหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนรักธรรมชาติ

เขาช่องลม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยตั้งอยู่ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ว่ากันว่าที่แห่งนี้มีธรรมชาติที่หลากหลาย และเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าจะฤดูไหนก็เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นอย่างมาก ใครที่อยากจะเดินป่า ขึ้นเขาลงห้วย เพื่อชมสัตว์ป่าและเล่นน้ำตก ที่เขาช่องลมให้คุณได้ทำกิจกรรมทั้งหมดภายที่เดียว และอีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับใครที่มาเยือน นั่นคือการล่องเรือเพื่อชมธรรมชาติและทำกิจกรรมต่างๆ เพราะเขาช่องลมนั้นจะต้องนั่งเรือไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ นั่นเอง ใครที่ชอบเที่ยวตามธรรมชาติ และรักในธรรมชาติสีเขียว วันนี้เราจะมารีวิวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กันว่ามีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

เขาช่องลม มาแล้วต้องทำสิ่งนี้ให้ได้

เขาช่องลม หลายคนคงสงสัยว่าเขาช่องลมไปช่วงไหนดี สาเหตุอาจจะมาจากการที่คิดว่าแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จะสวยงามและเหมาะแก่การมาเที่ยวแค่บางฤดูเท่านั้น แต่ไม่ใช่เลยเพราะที่นี่มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำตลอดทั้งปีไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม

  • นั่งเรือชมธรรมชาติ
เขาช่องลม

ค่าบริการเขาช่องลม 2565สำหรับนั่งเรือก็ถือว่าไม่แพงมาก อยู่ที่หลักพันต้นๆ นั่งได้ 1-5 คนเลยที่เดียว หากมากับแก็งเพื่อน ก็หารกันไม่กี่ร้อย

  • ชมน้ำตกและแวะถ่ายภาพ
เขาช่องลม
เขาช่องลม

ที่นี่มีน้ำตกอยู่ 4 แห่ง ได้แก่ น้ำตกผางามงอน, น้ำตกคลองคราม, น้ำตกต้นน้ำ และน้ำตกช่องลม โดยน้ำตกแต่ละแห่งก็จะมีความสวยงามต่างกัน แต่สิ่งที่ชื่นชอบอย่างมากคือช่วงหน้าฝน น้ำเยอะ ก็จะมีน้ำไหลให้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม ส่วนหน้าหนาวและหน้าแล้ง น้ำน้อย แต่ก็ยังเห็นความสวยงามของโขดหินและต้นไม้ที่ขึ้นมาตามร่องน้ำ ซึ่งเหมาะแก่การถ่ายรูปที่สุด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางไปเที่ยว

เขาช่องลม

เขาช่องลม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ไม่สามารถนำรถเข้าไปได้ นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องนำไปจอดบริเวรเขื่อนขุนด่านปราการชล และต่อจากนั้นจะต้องไปท่าเรือเพื่อนั่งเรือยังจุดต่างๆ เพื่อเที่ยวชมแหล่งธรรมชาติ โดยเขาช่องลม เดินทางจากท่าเรือเขื่อนขุนด่าน ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ในส่วนของอาหาร น้ำดื่มรวมถึงยารักษาโรคจะไม่มีขาย แนะนำให้เตรียมไปเอง ซึ่งเขาช่องลม ล่าสุดได้มีการเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยวตามปกติแล้ว แต่ก็ยังต้องระวังในเรื่องของการระบาดโควิด-19 ก่อนไปเที่ยวอย่าลืมสวมแมสทุกครั้ง หากใครที่มีวางแผนจะไปเที่ยว แต่ยังไม่คุ้นชินกับเส้นทาง แนะนำให้เปิดดูแผนที่หรือเช็คเส้นทางที่เหมาะสมกัน เพื่อประหยัดเวลาและน้ำมัน

Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

เที่ยวไทยแบบประหยัด ไม่ต้องงบเยอะ ก็เที่ยวไทยได้สบายมาก!

เที่ยวไทยแบบประหยัด
https://travel.kapook.com/view107169.html

เที่ยวไทยแบบประหยัด จะไปเที่ยวไหนดี? หลายคนอยากจะท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อนของตัวเอง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี บอกเลยว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแห่ง และไม่จำเป็นต้องงบเยอะ ถึงจะเที่ยวได้ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพ อย่างภาคกลาง ก็มีที่สวย ๆ ให้ทุกคนได้ไปพักผ่อนหย่อนใจ เดินทางสะดวกสบาย ไม่ต้องมีรถส่วนตัวก็ไปได้ จะเป็นวันเดย์ทริปก็สนุกสุดมัน ไม่มีเบื่อ หรือจะเที่ยวแบบ 3 วัน 2 คน ในราคาประหยัดก็ทำได้!

https://travel.kapook.com/view251260.html

เที่ยวไทยแบบประหยัด 5 สถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ เดินทางง่าย ไม่ต้องจ่ายแพง!

เที่ยวไทยแบบประหยัด แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในวันหยุด ใกล้กรุงเทพเป็นสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง ที่ใครก็อยากมาเยือน มาดูกันเลยว่างบ 2,000 เที่ยวไหนดี

แนะนำ 5 สถานที่ เที่ยวไทยแบบประหยัด ที่ไหนดี

1. สะพานแดงจุดชมวิวปลาโลมา จังหวัดสมุทรสาคร

          ความโดดเด่นของที่นี่ คือสะพานไม้สีแดงที่ทอดยาว เดินชมวิวของป่าชายเลนสวย ๆ ลมทะเลเย็นสบาย เป็นทะเลที่ใกล้กรุงเทพมาก ในช่วงตอนเย็น จะมองเห็นวิวของพระอาทิตย์ตกเย็น และไฮไลท์ก็ คือ สามารถมาชมโลมาสัตว์แสนน่ารักที่นี่ได้ โดยเฉพาะหน้าหนาว น้องจะมาโชว์ตัวบ่อยมาก

ที่อยู่ : ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/jh6dDygGBaEesHNC8

2. บางปู สมุทรปราการ

          สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของสมุทรปราการ เป็นแหล่งชมวิวสวยๆ นั่งกินอาหารทะเลแสนอร่อย และนั่งชมนกนางนวลหลายตัว เหมาะแก่การพักผ่อนมาก

ที่อยู่ : ตำบลบางปู อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

เวลาทำการ : เปิดทุกวันเวลา 10.00—20.00 น.

โทร : 0-2323-1213

พิกัด : https://goo.gl/maps/34yvWc3W833NESS98

3. วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดอยุธยา

          แหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะวัดไชยวัฒนาราม ที่สวยงาม สง่าตระการตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของประเทศไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยา

ที่อยู่ : ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ค่าเข้า : ชาวไทย 10 บาท / ชาวต่างประเทศ 30 บาท

เวลาทำการ : เปิดทุกวันเวลา 08.30-16.30 น.

โทร : 0-3532-2730

พิกัด : https://goo.gl/maps/QeQ7dkZVChbBZcCw5

4. หออัครศิลปิน จังหวัดปทุมธานี

          หออัครศิลปิน เป็นแหล่งที่จัดแสดงผลงานศิลปะ และวัฒนธรรมที่น่าชื่นชม ทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติ เข้าฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

ที่อยู่ : ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

เวลาทำการ : วันอังคาร-วันอาทิตย์เวลา 09.00-16.30 น.

โทร : 0-2986-5020-4

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/artist.hall

พิกัด : https://goo.gl/maps/9Lt714pmnevEyVJQ9

5. เขาช่องลม เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก

          เขาช่องลม ได้ฉายาว่าเป็น กรีนแลนด์ ณ ไทยแลนด์ ธรรมชาติสวยงามมาก สีเขียวขจี กับธารน้ำใสสะอาด ที่สามารถลงเล่นได้ โขดหินก้อนใหญ่ข้างลำธาร มองแล้วสบายตา สุขกาย สุขใจมาก

ที่อยู่ : บริเวณด้านในเขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น. (เรือออกทั้งวันไม่มีรอบ สามารถมาที่เขื่อนได้เลย) พิกัด : https://goo.gl/maps/7wq6cp4tV6UiS44J7

เที่ยวไทยแบบประหยัด
https://travel.kapook.com/view196396.html

เที่ยวภาคกลาง งบน้อย แต่ฟินเว่อร์ เที่ยวทุกสบายใจ สบายกระเป๋า

เที่ยวไทยแบบประหยัด ในช่วงวันหยุด จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าอยากเที่ยวแบบประหยัด ตัวเลือกก็ต้องเป็นที่เที่ยวภาคกลางแล้ว เพราะว่าไม่ต้องมีรถก็เดินทางสะดวก ไม่ไกล อาหารไม่แพง และสถานที่ท่องเที่ยวสวยมาก มีสถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมที่พร้อมให้ทุกคนได้ไปเยือน เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ เติมพลังร่างกาย และจิตใจให้เต็มที่ และที่สำคัญไม่ต้องงบเยอะก็ไปได้ หากใครที่พร้อมจะไปลุยแล้ว ก็เก็บกระเป๋าเป้ แล้วออกเดินทางกันได้เลย

Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

วัดท่าซุง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดอุทัยธานี

วัดท่าซุง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดอุทัยธานี

นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่มีชื่อเสียงของทางด้านศาสนาของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน วัดท่าซุง มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น่าไปสักการะบูชาเป็นอย่างมากนั่นก็คือ หลวงปู่ใหญ่ท่านได้มาบูรณะวัดนี้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ ครองราชย์ได้ปีที่ ๙ หลวงปู่ใหญ่ท่านมาถึงวัดท่าซุงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๓๒ซึ่งในปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดแห่งนี้ จึงมีผู้คนแวะเวียนมาสักการะบูชาอย่างไม่ขาดสาย และเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าเดินทางมาสักครั้งในชีวิต ถ้าหากคุณได้เดินทางมาที่จังหวัด อุทัยธานี กับวัดแห่งนี้ วัดท่าซุง

วัดท่าซุง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดอุทัยธานี
วัดท่าซุง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดอุทัยธานี

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าซุงที่ผู้มาเยี่ยมชมควรมาสักการะสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ถ้าหากพูดถึงพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัด ก็ต้องบอกเลยว่าคุณควรมาที่นี่เป็นอย่างมาก ถ้าคุณได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้สักครั้ง ที่จังหวัดที่สวยงามแห่งนี้ อุทัยธานี

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดท่าซุง นั้นก็คือ พระพุทธรูปปูนปั้นที่เก่าแก่ ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1

ซึ่งนามของท่านก็คือ หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ที่วัดท่าซุง

วัดท่าซุง เปิดกี่โมง 2564 เวลาเปิดทำการใน ณ ปัจจุบันของปีนี้

การไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง และสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่วัดท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานีในปัจจุบันบอกเลยว่านั้นคุณสามารถเข้าไปได้ 

ซึ่งช่วงเวลาเปิด จะอยู่ช่วงประมาณ 9:00 น. จนถึง 11:45 น. และช่วงบ่ายประมาณ 14:00 น. จนถึง 16:00 น. ส่วนช่วงเวลาที่ให้เข้าชมปราสาทของคำจะมีตั้งแต่ 8:00 น. จนถึง 16:00 น. ของทุกวัน

ซึ่งนี่จะเป็นเวลาตามวัน และช่วงเวลาตามปกติ ไม่รวมวันนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ จึงอยากจะแจ้งให้ทราบสำหรับช่วง เวลาที่ถูกต้องของวัดท่าซุง เปิดกี่โมง 2564

วัดท่าซุง อุทัยธานี

เส้นทาง ไปวัดท่าซุง อุทัยธานีที่รวดเร็วและสะดวกสบายมากที่สุด

สำหรับเส้นทางการเดินทาง ไปวัดท่าซุง อุทัยธานี ในปัจจุบันบอกเลยว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมากซึ่งคุณนั้นสามารถเดินทางไปไม่ถึง 20 นาทีก็สามารถที่จะถึงยังจุดหมายปลายทางได้

ซึ่งคุณนั้นสามารถ เดินทางได้ตามวัน และเวลาที่กำหนด แต่อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ พิกัด : https://goo.gl/maps/qFM1DZ8WquBxXcvL9.

อาจจะมีกำหนดการที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตของ วัดท่าซุง เพราะฉะนั้นพวกเราจะต้องติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติม อีกทั้งถ้าคุณต้องการจะไปเที่ยวเพื่อไม่ให้พลาด และไปเสียเที่ยวในอนาคต

วัดท่าซุง

แน่นอนว่าวัดท่าซุงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอุทัยธานี ซึ่งอย่างไรก็ตามถ้าหากคุณได้มาที่สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางนี่สักครั้งแล้วก็ขอแนะนำให้คุณเดินทาง มาด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งในช่วงนี้การเดินทางก็ไม่ได้ลำบาก เพราะการเดินทางจนถึงจุดหมายนั้นเป็นเรื่องที่สะดวกสบายยิ่งนัก รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องความประทับใจในการเดินทางอย่างแน่นอน แล้วพบกันที่นี่ ปลายทางแห่งเมืองในฝันอุทัยธานี

ขอบคุณภาพ http://img.painaidii.com/images/20130723_3_1374548206_77384.jpg

Categories
Uncategorized หมวดหมู่ภาคกลาง

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

บึงสีไฟ

บึงสีไฟ เปิดไหม

บึงสีไฟ ตำนาน

บึงสีไฟ พิจิตร เส้นทาง

รีวิวแหล่งท่องเที่ยวน่าไปบึงสีไฟ สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง สุดฮิตไม่ได้ไปเสียดายแย่

บอกเลยว่าจังหวัดพิจิตรนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่บึงสีไฟน่าสนใจมาก โดยเฉพาะทางด้านตำนานและวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะการ มาเยี่ยมเยือนแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอันดับที่ 3 ที่มีความกว้างใหญ่ถึง 5000 ไร่ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามมากอีกที่หนึ่ง บอกได้เลยว่าเหมาะมากกับการเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินซึ่งเป็นวิวที่สวยงาม

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง  บึงสีไฟ

ขอขอบคุณภาพ http://www.phichit.go.th/phichit/images/info_image/campaign/seefai_2.jpg

บึงสีไฟ

ขอขอบคุณภาพ http://www.phichit.go.th/phichit/images/info_image/campaign/seefai_1.jpg

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่พักผ่อนหย่อนใจแบบธรรมชาติในจังหวัดพิจิตร

สำหรับใครหลาย ๆ คนที่ถามว่า บึงสีไฟเปิดไหมแล้วก็สามารถตอบได้อย่างภาคภูมิใจเลยว่าเปิดอย่างแน่นอน สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่แห่งนี้ได้รับความนิยมมากทางด้านการมาท่องเที่ยว ในรูปแบบจุดพักผ่อนหย่อนใจซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

และบอกกับการมาท่องเที่ยวในรูปแบบครอบครัว สถานที่งั้นกว้างขวางเป็นอย่างมากสามารถมาวิ่งออกกำลังกายได้ และยังเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจสำหรับใครหลายคน 

ที่มาเป็นคู่รัก หรือกลุ่มผู้รักสุขภาพ ต่างก็ชื่นชอบเช่นเดียวกัน จึงทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนชื่นชอบมากในการเดินทางมาในวันหยุดพักผ่อนที่ บึงสีไฟ

บึงสีไฟ พิจิตร

ขอบคุณภาพ http://www.phichit.go.th/phichit/images/info_image/campaign/seefai_3.jpg

ความเป็นมาและตำนานของบึงสีไฟแห่งนี้

สำหรับใครหลาย ๆ คนที่รู้จักวรรณคดีไทยเรื่อง ไกรทองคุณก็คงจะทราบเรื่องราวของชาละวันกันเป็นอย่างดี แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้มีเรื่องเล่า

เกี่ยวกับเรื่องเล่าขานของชาละวัน ที่เกิดขึ้นในสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่แห่งนี้ กับการต่อสู้ของไกรทอง จึงทำให้เกิดบึงน้ำขนาดใหญ่ บึงสีไฟแห่งนี้ขึ้นและนี่แหละคือ บึงสีไฟ ตำนาน ในสถานที่ในเรื่องเล่า ซึ่งในปัจจุบันได้รับความนิยม เป็นอย่างมากจะมีรูปปั้นจระเข้ยักษ์ตั้งอยู่เลยทีเดียว

และได้กลายเป็นจุดแลนด์มาร์คอีก 1 ที่ของจังหวัดพิจิตรไปโดยปริยาย

บึงสีไฟ พิจิตร

ขอบคุณภาพ http://www.phichit.go.th/phichit/images/info_image/campaign/seefai_4.jpg

วิธีการเดินทางมาที่นี่ บึงสีไฟ

บึงสีไฟ พิจิตร เส้นทางบอกเลยว่าเดินทางไม่ยากอย่างที่คุณคิด ถึงคุณจะใช้เวลาในการเดินทางมาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ประจำจังหวัดพิจิตร นี้ง่ายมากเพียงแค่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งนับจากการเดินทางออกมาจากตัวเมือง บึงสีไฟ แห่งนี้อยู่ใกล้ตัวเมือง

เพียงขับรถมาประมาณ 30 กิโลเมตร คุณก็จะมาถึงสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พื้นที่นี่มีทั้งจุดพักผ่อนหย่อนใจ และร้านอาหารตั้งอยู่ก่อนที่จะเข้ามาที่สวน ที่มีความร่มรื่นทางธรรมชาติสูงมาก 

นอกจากนี้สวนแห่งนี้ยังมีพื้นที่ ทางด้านการเพาะพันธุ์ ปลาสัตว์น้ำจืด ซึ่งคุณสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ แน่นอนที่นี่ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

บึงสีไฟ พิจิตร

ขอขอบคุณภาพ http://img.painaidii.com/images/20141117_3_1416200088_507891.jpg

ที่อยู่ : บึงสีไฟ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

พิกัด : https://goo.gl/maps/Xf8bgYoo1UY7botB8

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

 บึงสีไฟ ตำบลท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

ขอขอบคุณภาพ https://img.wongnai.com/p/400×0/2018/10/29/d6edfee2bf644f8ea0c70a254e3b75ee.jpg

ถ้าคุณมีโอกาสได้แวะผ่านมาก็ขอแนะนำให้คุณมาเยี่ยมชม ที่นี่เพิ่มเติมบ้างนะที่จังหวัดพิจิตร รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องถูกใจกับสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่พักผ่อนหย่อนใจที่ บึงสีไฟ อย่างแน่นอนแล้วเจอกันนะนักท่องเที่ยวทุกคน 

Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

สวนนกชัยนาท

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp

สวนนกชัยนาท

สถานที่ท่องเที่ยวแสนพิเศษ สวนนกชัยนาท ถ้าหากคุณได้มาต้องหลงใหลแน่นอน

สำหรับใครที่มาเที่ยวสวนนกแห่งนี้ต้องบอกเลยว่าไปสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง อีกที่หนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในการเข้ามาเยี่ยมชม และยังเหมาะต่อการพักผ่อนหย่อนใจของครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งที่นี่นะมีหลายอย่างที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นทางด้านสายพันธุ์นกต่าง ๆ รวมไปถึงสายพันธุ์ปลาที่มีอยู่อย่างหลากหลายที่จังหวัดชัยนาท ซึ่งนับได้ว่า สวนนกชัยนาท เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่ามาเที่ยวเป็นอย่างมากแบบเช้าเย็นกลับซึ่งเดินทางสะดวกสบายในปัจจุบัน 

สวนนกชัยนาทค่าเข้า คุณอาจจะต้องจัดเตรียมค่าใช้จ่ายในการเข้าชมสำหรับคนไทย บอกได้เลยว่าประหยัดมากกว่าที่คุณคิด ผู้ใหญ่  30 บาท และเด็กก็เพียง 15 บาทเท่านั้นถ้าหากเป็นชาวต่างชาติค่าใช้จ่ายผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 100 บาท ส่วนถ้าหากเป็นเด็กก็จะมีค่าใช้บริการอยู่ที่ 50 บาท สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่นี่ได้รับความนิยมมากในการมาท่องเที่ยวสวนนกชัยนาทแบบหมู่คณะแถมยังมีบริการผู้ให้คำแนะนำ และรายละเอียดเกี่ยวกับนก และพันธุ์สัตว์น้ำตามแต่ละจุดอีกด้วย เหมาะมากกับการที่เดินทางมาท่องเที่ยวแบบครอบครัวทั้งไทย และต่างประเทศ

สวนนกชัยนาท เปิด กี่ โมง ในปัจจุบันช่วง covid 19

สวนนกชัยนาทเปิดกี่โมง คำถามนี้ในปัจจุบันอาจจะตอบยากพอสมควร เพราะสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง แห่งนี้ในปัจจุบันได้ดูแลรักษาความสะอาดเป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาปกติเวลาการเปิดนั้นจะอยู่ที่ 9.00 -17:00 น แต่ว่าตั้งแต่ช่วงที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับ covid-19 ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็ทำให้สวนนกชัยนาท เปลี่ยนแปลงช่วงเวลาเป็นอย่างมาก จนปัจจุบันเปิด 10:00 น และปิดตอน 16:00 น  ในปัจจุบันซึ่งในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมเพราะฉะนั้นคุณควรจะติดตามข่าวสารให้ดีถ้าหากจะไปเที่ยวสถานที่แห่งนี้

สวนนกชัยนาท อุโมงค์ปลาสุดยอดโชว์ที่อยากแนะนำไม่ควรพลาดถ้าได้มาที่นี่

สำหรับใครที่มาสวนนกชัยนาท แล้วไม่ได้มาเยี่ยมชม พื้นที่เรียกแขกอย่างเช่น สวนนกชัยนาท อุโมงค์ปลาก็ถือได้ว่าคุณพลาดเป็นอย่างมาก สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีปลาสายพันธุ์น้ำจืดเป็นจำนวนมาก และหลากหลายสายพันธุ์ รวมไปถึงถ้าเข้าเยี่ยมชมเพียงแค่คุณจ่ายค่าเข้าชมเพียงแค่ครั้งเดียวคุณจึงมั่นใจได้เลยว่าประหยัดแบบสุด ๆ ไปเลย 

สำหรับใครที่อยากจะเดินทางมาที่ สวนนกชัยนาท ก็ขอแนะนำให้คุณเดินทางมาตามพิกัดนี้ รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องสนุกและประทับใจอย่างแน่นอน กับวันพักผ่อนของทุกคนสวนนกชัยนาท

ม.4 ถ.พหลโยธิน ต.เขาท่าพระ อ.เมือง จ.ชัยนาท 17000  

พิกัด : https://goo.gl/maps/fF6Hkd41QBKvh47T6

 

 

Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น

รีวิวเที่ยววันหยุดพักผ่อนไป กับ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

     ถ้าคุณอยากจะเดินทางมาน้ำตกสามหลั่น  สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางแห่งนี้ ต้องบอกเลยว่าคุณต้องมาในจังหวัดสระบุรี ซึ่งอุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ซึ่งมีสภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปี และได้รับความนิยมมากในการเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเป็นอย่างมาก 

น้ำตกสามหลั่น รีวิวความสวยงามที่ธรรมชาติจัดให้

กับการมาท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น แห่งนี้ตัวเอกชูโรงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเรามาที่นี่เพื่อน้ำตกสามหลั่น รีวิวความงามตามธรรมชาติ 

ซึ่งที่สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางนี่นั้นมีค่าใช้จ่ายในการเข้าอุทยาน บอกเลยว่าไม่แพงสำหรับผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กเพียงแค่ 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาทพร้อมจุดกางเต็นท์ ค้างคืนได้ 

รีวิวจุดกางเต็นท์ อุทยานแห่งชาติ น้ำตกสามหลั่นทางขึ้นได้ที่นี่

ต้องบอกเลยว่าที่นี่จุดกางเต็นท์ก็ราคาไม่แพง ซึ่งควรต้องจัดเตรียมเต็นท์มาเองนะ 

ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100 บาท พร้อมทั้งมีการบริการที่เปิดตั้งแต่ 8:00 น. จนถึง 17:30 น. และ จุดกางเต็นท์ อุทยานแห่งชาติ น้ำตกสามหลั่นยังมีห้องน้ำห้องอาบน้ำบริการรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างครบครันมากสำหรับ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นที่พักสำหรับครอบครัว 

     สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางแห่งนี้นั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ จึงทำให้ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ที่พักสำหรับครอบครัวเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก 

จวบจนถึงในปัจจุบันซึ่งมีบ้านพักตากอากาศในรูปแบบธรรมชาติที่มีราคาก็เริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 บาท พร้อมบริการเหมือนรีสอร์ต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดีจึงเหมาะมากสำหรับการมาเป็นครอบครัว ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น

น้ำตกสามหลั่น 2564 เปิดหรือไม่

สำหรับคำถามนี้ ที่หลายคนนั้นสงสัยเป็นอย่างมากนั่นก็คือ น้ำตกสามหลั่น 2564 ยังเปิดให้ทำการอยู่หรือเปล่า ก็ต้องบอกเลยว่าเปิดอยู่จ้า 

แต่ก็ต้องจำกัดผู้เข้า และอาจจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า สำหรับการขอข้อมูลคุณสามารถติดต่อได้ด้วยตัวเอง ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

อีเมล : samlan2008@thaimail.com

เบอร์โทร :+66 3622 51712

พิกัด : https://goo.gl/maps/7EEJuUwNQJiEhW9j6 

ถ้าหากคุณอยากจะเดินทางไปที่สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นเพื่อเยี่ยมชมทัศนียภาพของธรรมชาติแล้วก็ขอแนะนำให้คุณเดินทางไป ในช่วงหลังฤดูฝน จะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด และนักท่องเที่ยวบางตาแล้วเจอกันนะคนชอบธรรมชาติทุกคน

 

Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

สวนผึ้ง ราชบุรี

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp

สวนผึ้ง ราชบุรี

รีวิว 3 สถานที่ท่องเที่ยวสวนผึ้งราชบุรี ไม่ไปไม่ได้ 2564 

     สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง ในช่วงฤดูกาลนี้ก็มีอยู่หลายที่มาก แต่บอกเลยว่าช่วงนี้มีสถานที่หนึ่งที่คุณห้ามพลาด คือ สวนผึ้ง ราชบุรี สถานที่แห่งนี้มีความน่าสนใจทางด้านจุดท่องเที่ยวอย่างมากมาย ซึ่งถ้าหากคุณมีเวลาประมาณ 2 วัน อยากแนะนำให้คุณนั้นเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงนี้ รับรองได้เลยว่าคุณจะประทับใจอย่างแน่นอน  

1.บ้านเทียนหอมชื่อดังประจำสวนผึ้ง

สำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวสวนผึ้ง ราชบุรี ก็ต้องบอกเลยว่าคุณนั้นควรจะมาที่สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางนี้เป็นอย่างมาก เป็นที่เที่ยวสวนผึ้ง ราชบุรี 2564 ที่น่าสนใจ นอกเหนือจากนั้นที่นี่ยังมีร้านอาหารร้านขายเทียน และร้านกาแฟ ตั้งอยู่เรียงรายตลอดสองข้างทาง บอกได้เลยว่าเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูปเป็นอย่างมาก แถมยังมีช่วงเวลาวัน และเวลาเปิดดังต่อไปนี้

2. สวนผึ้งไฮแลนด์ สวนสัตว์ที่น่าสนใจประจำสวนผึ้ง

     แน่นอนว่าที่นี่น่าสนใจมากสำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยว สวนผึ้ง ราชบุรี แห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งมีมุมที่สวยงามให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมทั้งยีราฟ ม้า แกะ แพะ อย่างมากมายที่คุณสามารถให้อาหารได้ ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง อีกแห่งหนึ่งที่หลายคนโดนใจ อยากจะชวนคุณมาเที่ยวที่นี่เช่นเดียวกัน ซึ่งที่นี่จัดได้เลยว่าค่าใช้บริการประหยัดมาก เรากล้าการันตีเลยว่าเป็นอีกหนึ่งที่ในที่เที่ยวสวนผึ้ง ราชบุรี ราคาถูกอีกที่หนึ่งอย่างแน่นอน นอกเหนือจากนั้นยังมีมุมคาเฟ่ ที่มีบ่อปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ ซึ่งคุณสามารถมานั่งพักผ่อนหย่อนใจได้แบบชิว ๆ กันเลยทีเดียว พิกัดที่ตั้ง 

พิกัด : https://g.page/suanphuenghighland?share

3. จุดชมวิวห้วยคอกหมู

     เป็นสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง ที่มีความสูง และสวยงามมากอีกทีหนึ่งในเขตของสวนผึ้ง ราชบุรี ที่หลายคนชอบมาท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี พร้อมทั้งมีทะเลหมอกอีกด้วย จึงทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต่างชื่นชอบ และเดินทางมาที่นี่โดยตรง นอกจากนี้ยังมีจุดตั้งแคมป์ให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนได้พักผ่อนกัน ซึ่งราคาก็ไม่แพงเพียงแค่ 200 กว่าบาทเท่านั้นต่อจุดตั้งแคมป์ ซึ่งนี่เป็นราคาเริ่มต้นสำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่เที่ยวสวนผึ้ง ราชบุรี 2564ปีนี้เลย

 พิกัด : https://goo.gl/maps/tdhc6S2mftDnGdP8A

ถ้าหากท่านใดคิดอยากจะมาท่องเที่ยวที่สวนผึ้ง ราชบุรีแห่งนี้ อยากจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวนี้เอาไว้ให้คุณพิจารณา ซึ่งแต่ละที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก และแน่นอนประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย ซึ่การเดินทางครั้งนี้ถ้าหากไม่รวมค่าน้ำมันหมดไปไม่ถึง 2,000 บาท เราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองมาเที่ยวดูที่แห่งนี้สวนผึ้ง ราชบุรี

 

Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

แบกกระเป๋าเป้ แล้วมาตะลุยเที่ยวอยุธยา กับสถานที่ยอดฮิต สวย ล้ำค่า น่าประทับใจ

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp

แบกกระเป๋าเป้ แล้วมาตะลุยเที่ยวอยุธยา กับสถานที่ยอดฮิต สวย ล้ำค่า น่าประทับใจ

อยุธยา เมืองเก่าที่น่าไปเยือน เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อยู่หลากหลายแห่ง ที่น่าติดตามและน่าค้นหา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวไทยมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งการเดินทางก็ไม่ยาก เป็นที่เที่ยวกรุงเก่าติดกรุงเทพ เดินทางด้วยรถส่วนตัว หรือรถไฟก็ได้ จะเที่ยวชมวัดสวย โบราณสถาน ตลาดน้ำ หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ก็ได้ตามใจคุณ

มาติดตามกันดีกว่า ไฮไลท์ ที่เที่ยว อยุธยา จะมีที่ไหนบ้าง

1. วัดใหญ่ชัยมงคล

     วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นไฮไลท์ ที่เที่ยวอยุธยา ถ้าได้ไปเยือนถิ่นจังหวัดนี้เลยจะพลาดไม่ได้เลย วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อสมัยอยุธยาตอนต้น ในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง จุดที่น่าสนใจคือ พระเจดีย์ชัยมงคลที่ภายในค้นพบว่ามีชัยคาถาบรรจุอยู่ ภายในวัดมีพระนอนที่ วิหารพระพุทธไสยาสน์ เป็นสถานที่นิมไปกราบไหว้ เพื่อความสิริมงคลของคนในจังหวัด และนักท่องเที่ยว

ที่อยู่ : 40/3 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/PdTxx23ZYHJ3g29o6

เวลาปิด – เปิด : 08.00-17.00 น.

โทร : 0-3524-2640

2. วัดไชยวัฒนาราม

     วัดไชยวัฒนาราม เป็น สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์อยุธยา ที่ตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา วัดแห่งนี้ ในสมัยอดีต เป็นวัดหลวง สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าปราสาททอง เป็นวัดที่ใช้บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมาหากษัตริย์ และเป็นที่ถวายพรเพลิงพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยอยุธยาอีกด้วย ในวัดแห่งนี้ มีจุดเด่นอยู่ที่ พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ ตั้งอยู่กลางวัด และระเบียงคต เป็นระเบียงที่เชื่อมต่อเมรุ ทั้งสี่ทิศเข้าด้วยกัน เป็นโบราณสถานที่น่าชม แล้วถ่ายรูปความสวยงามทางอารยธรรมไว้เป็นความทรงจำ

ที่อยู่ : ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/rSRFGVT6qucXGwHV6

เวลา เปิด – ปิด : 08.00-16.30 น.

โทร : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 0-3524-2286

3. วัดมหาธาตุ

     วัดมหาธาตุ เป็นวัดประดิษฐาน พระบรมธาตุตั้งอยู่ในใจกลางพระนคร ที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สร้างในรัชสมัยของพระบรมราชาธิราชที่ 1 มีจุดที่น่าสนใจ และเป็นไฮไลท์ของโบราณสถานแห่งนี้คือ เศียรพระพุทธรูปในรากไม้ ที่เราสามารถมองเห็นแค่พระเศียรเกี่ยวพันด้วยรากไม้ใหญ่ อายุกว่าร้อนปี เป็น UNSEEN THAILAND ที่นักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างประเทศ อยากมาเห็นกับตาเลยทีเดียว

ที่อยู่ : เชิงสะพานป่าถ่าน ถนนนเรศวร ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/uUCriY2vTZCaLKQC6

เวลา เปิด – ปิด : 08.30-16.30 น.

4. วัดพระศรีสรรเพชญ์

     วัดศรีสรรเพชญ์ โยราณสถานวัดเก่าแก่ของอยุธยา สร้างโดยสมเด็จประบรมไตรโลกนาถ เมื่อปีพุทธศักราช 2035 เคยเป็นวัดหลวงประจำพระราชวัง ซึ่งวัดแห่งนี้จะไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ โดยไฮไลท์ และจุดเด่นอยู่ที่ เจดีย์ทรงลังกา ที่วางเรียงกันจำนวน 3 องค์ ซึ่งภายในมีการบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เป็นสถานที่แห่งความศักดิ์สิทธิ์ และเคารพบูชา

ที่อยู่ : ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/WjmsDwnU4835uRuFA

เวลา เปิด – ปิด : 08.00-18.00 น.

5. วัดราชบูรณะ

     วัดราชบูรณะ เป็นวัดที่มีความสวยงามมาก และเป็นอีกหนึ่งวัดที่ใหญ่ และมีความแก่ที่สุดในจังหวัดอยุธยา สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 1967 เมื่อรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 จุดเด่นของโบราณสถานแห่งนี้ คือ วิหารหลวงทรงสี่เหลี่ยม แปลกตา สวยงาม ตั้งตระหง่าน และพระปรางค์วัดราชบูรณะ เป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ น่าประทับใจ ถ้าไปเยือนแล้วต้องถ่ายรูปสวย ๆ ไว้เป็นความทรงจำ

ที่อยู่ : ถนนชีกุน ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/74xAcuQKFbthG6dh9

เวลา เปิด – ปิด : 08.30-16.30 น

6. พระราชวังบางปะอิน

     สร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระเจ้าประสาททอง ของกรุงศรีอยุธยา ในพระราชวังเก่าแห่งนี้สวยงามมาก เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่เกิดจากการผสมผสานออกแบบสร้างระหว่างไทยและยุโรป โดยมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่  มีการจัดสวยอย่างสวยงาม ร่มรื่น เหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นอย่างมาก

ที่อยู่ : ถนนปราสาททอง ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/jCTbYPBaURY6jRpj8

เวลา เปิด – ปิด : 08.00-16.00 น.

7. ตลาดน้ำอโยธยา

     ตลาดน้ำอโยธา เป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดนี้เลยก็ว่าได้ สร้างขึ้นให้เหมือนกับสมัยโบราณ มีกลิ่นอายของกรุงเก่า ซึ่งมีทั้งร้านอาหาร ขนม ของฝากต่าง ๆ ร้านบริการนวด สปา มีการพายเรือขายของ และนักท่องเที่ยวก็สามารถนั่งเรือชมตลาดแบบเพลิน ๆ ได้อีกด้วยให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคเลย

ที่อยู่ : 65/19 หมู่ที่ 7 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://g.page/Ayothaya_Floating_Market?share

เวลา เปิด – ปิด : 09.00-18.00 น.

โทร : 0-3588-1733

8. ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง

     ตลาดน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ วัดท่าการ้อง เป็นตลาดน้ำกรุงเก่า พายเรือกันขายของ ดูแล้วน่าสนุก และเป็นเอกลักษณ์มาก อาหารของกินอร่อยมาก โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา รสเลิศ ฉบับดั้งเดิมอยุธยาแท้ ๆ ราคาก็ไม่แพงเลย และก็มีของฝากมากมายให้เลือกซื้อกลับบ้านเป็นที่ระลึกด้วยค่ะ

ที่อยู่ : 52/2 หมู่ที่ 6 ถนนอยุธยา-บางบาน ต.บางป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/dUh7zo5tCuCwvF3SA

เวลา เปิด – ปิด : 09.00-17.00 น.

โทร : 08-7673-7171

9. ตลาดน้ำทุ่งบัวชม

     เป็นตลาดน้ำอีกที่หนึ่งใน จังหวัดอยุธยา ที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะเที่ยวชม ทานอาหาร ซื้อของฝากกันอยู่ประจำ จุดเด่นก็คือ ทางเข้าตลาด จะมีหุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์สีเหลืองตั้งโชว์ให้ถ่ายรูปสวย ๆ ในตลาดก็มีร้านคาอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกาแฟ พิพิธภัณฑ์เมืองจิ๋ววิถีไทย ที่ก็เป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่เลย

ที่อยู่ : ถนนพหลโยธิน ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา (ขาออก กม.78)

พิกัด : https://goo.gl/maps/rxmBbVjCuN4kB3Sc6

เวลา เปิด – ปิด : 09.00-20.00 น.

โทร : 0-3572-3127

10. วัดพุทไธศวรรย์

     วัดพุทธไศยวรรย์ เป็นวัดโปราณสถานที่สวยงาม จุดเด่นอยู่ที่องค์พระปรางค์ เป็น ปรางค์ประธาน องค์ใหญ่ ได้รับวัฒนธรรมการสร้างมาจากขอม จึงมีความสวยงาม ความประณีต และโดดเด่น ส่วนในทางทิศเหนือ และในทางทิศใต้ของวัดจะมีมณฑปสองหลัง ซึ่งภายในมณฑปมีพระประธานอยู่ และที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปก็เป็นจุดภายในวัด ที่มีองค์พระพุทธรูปตั้งประดิษฐานเรียงรายอยู่หลางองค์ เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดอยุธยาเลย

ที่อยู่ : ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/vv4Rmik32NmaineK6

เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.

     ถ้าใครไปอยุธยา ต้องไปเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ที่นับว่าเป็นจุดเด่นของจังหวัดนี้เลย และนอกจากโบราณสถานวัดเก่า ๆ แล้วก็พลาดไม่ได้กับตลาดน้ำที่ต้องไปลิ้มลองอาหาร ซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน เห็นอย่างนี้แล้วก็หาเวลาว่าง และแบกเป้เที่ยวตะลุย ตะลอนทัวร์อยุธยากันเถอะ

Categories
หมวดหมู่ภาคกลาง

วัดพระแก้ว สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตประจำกรุงเทพ

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp

วัดพระแก้ว สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตประจำกรุงเทพ

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย วัด ก็ยังเป็นสถานที่ ที่คนไทยให้ความสำคัญอยู่เสมอและเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลกเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติกันมากมาย ซึ่งสำหรับชาวกรุงเทพแล้ว วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก็เป็นหนึ่งในนวัดที่ สายเที่ยววัด หรือสายบุญ ชอบแวะไปเที่ยว ไหว้พระ ทำบุญ หรือถ่ายรูปกันเป็นประจำ

วัดพระแก้วมีอะไรที่น่าสนใจ ที่ควรค่าแก่การไปชม

ประวัติความเป็นมาของวัดพระแก้ว

ต้องบอกเลยว่าส่วนนึงที่ทำให้นักท่องเที่ยว ผลัดกันมาอย่างไม่ขาดสายส่วนนคงเป็นเพราะ วัดพระแก้ว ประวัตินั้นมีมายาวนานมาก โดยวัดนี้เป็นวัดหลวงมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งเป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน ปีพุทธศักราช 2325 และยังเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระแก้วมรกต อีกด้วย ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด จนกลายเป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาประจำกรุงเทพ และเป็นสถานที่ ที่ชาวต่างชาตินิยมมาเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์

วัดพระแก้วมีอะไรน่าสนใจบ้าง

นอกจากนี้วัดพระแก้ว ก็ไม่ได้มีแค่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานอย่างเดียว แต่ยังมีสถาปัตยกรรมที่สำคัญอีกด้วย ซึ่งสถาปัตยกรรมของวัดพระแก้ว มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

พระอุโบสถ – นั้นเป็นอาคารทรงไทยที่ก่ออิฐถือปูนขึ้น เต็มไปด้วยศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย และยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร องค์พระทั้งองค์แกะสลักจากเนื้อหยกสีเขียวทึบชิ้นเดียว ซึ่งสวยงามมากบ่งบอกถึงศิลปะความเป็นไทยได้อย่างดีมากๆ

พระศรีรัตนเจดีย์ – อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่ทำให้วัดพระแก้วนั้นโดดเด่นก็คือ “พระศรีรัตนเจดีย์” สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2398 เพื่อใช้สำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เจดีย์สีทองอร่ามตาควรค่าแก่การมาชมมากๆครับ

ปราสาทพระเทพบิดร – เป็นสถาปัตยกรรมจัตุรมุขทรงไทยเป็นสถานที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ ประดิษฐานของพระแก้วมรกต แต่เนื่องจากขนาดที่เล็กเกินไปจึงไม่ได้ใช้งาน

ยักษ์ทวารบาล – เป็นอีกหนึ่งจุดเลยที่ใครหลายๆคนไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปด้วยซึ่ง “ยักษ์ทวารบาล” ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากๆ และนิยมมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ถนน หน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพ ระนคร ในกรุงเทพมหานคร

และวัดพระแก้วเปิดทำการเวลา8:30น.15:30น.  ที่สำคัญคนไทยไม่เสียค่าเข้าชมส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีค่าเข้าชมท่านละ 500 บาท

การเดิทางไปวัดพระแก้ว

วัดพระแก้วนั้นสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ซึ่งการเดินทางไปวัดพระแก้ว มีอะไรบ้างวันนี้เรามาแนะนำกันนะครับ

  1. เดินทางด้วย BTS +เรือด่วนเจ้าพระยา

วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่แนะนำและง่ายที่สุดแล้ว เพราะว่า BTS นั้นมีแทบทั้งวัน และมีหลายจุดมากซึ่งขั้นตอนเดินทางมีดังนี้ นั่งBTS ไปลงสถานีสะพานตากสิน ทางออก 2 ไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานจะมีท่าเรือสาทรอยู่ ให้ลงเรือด่านเจ้าพระยา ธงสีส้ม ครับ และไปขึ้นที่ท่าช้าง ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีถึงวัดพระแก้วครับ

  1. BTS + รถเมล์

เป็นวิธีที่ใช้เวลาประมาณหนึ่งขึ้นอยู่กับการจราจรในขณะนั้น เหมาะกับคนที่ไม่สามารถขึ้นเรือได้ เริ่มจากการ เดินทางจากBTS มาลงสถานีสยาม เดินลงมาฝั่งสยามพารากอน แล้วรอขึ้นรถเมย์สาย 15 , 25 , 508 แล้วไปลงรถที่สนามหลวงเดินต่ออีกประมาณ 5 -10 นาทีก็จะถึงวัดพระแก้ว ซึ่งก่อนถึงป้ายเราจะเห็นวัดพระแก้วชัดเจนเลยครับ

  1. 3. รถส่วนตัว

วิธีนี้ถึงจะสะดวกสบายในการเดินทางแต่ก็ต้องบอกเลยครับว่าหนักใจจริงๆในการหาที่จอดรถ ซึ่งจุดจอดรถที่แนะนำจะมีประมาณนี้ครับ

– วัดมหาธาตุ ค่าจอดรถชั่วโมงละ 20 บาทครับ

– ท่ามหาราช ซอยทวีผล ค่าจอดรถชั่วโมงละ 30 บาท

– ซอยข้างวัดโพธิ์ เลยทางเข้าวัดโพธิ์ ไปทางปากคลองตลาด ทางซ้ายมือจะมีซอยให้จอดรถอยู่ ค่าจอดชั่วโมงละ 20 บาท

 

ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับการแนะนำวัดพระแก้วซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากทั้งหมดที่เราหยิบจุดเด่นๆน่าสนใจมานำเสนอ แต่วัดพระแก้จริงๆยังมีอะไรอีกมากมายให้คุณได้ไปเที่ยวและศึกษาประวัติด้วยตนเอง ซึ่งถ้าชอบบทความแบบนี้ก็อย่าลืมที่จะกดติดตามเราไว้นะครับเพื่อที่จะไม่พลาดบทความแบบนี้อีก ขอให้เที่ยวให้สนุกครับ